Sakan's profileSakan's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Sakan

No list items have been added yet.

Sakan's space

August 16

Programmer

บังเอิญเปิดไปเจอเมล์เก่า ตอนนั้นเพลง superman ของ five for fighting กะลังดัง (ราวๆปี2003)
ประกอบกับความเหนื่อยยากในการเป็นโปรแกรมเมอร์ ทำให้ผมได้ประพันธ์(แปลง)เพลงนี้ขึ้น
ลองร้องตามกันดู
เอ้า! ขอเสียงโปรแกรมเมอร์หน่อย.... (ฮิ้วววววว)
programmer
#ทำนองเพลง superman I can't stand VB I'm not that naive I'm just out to find The better part algorithm I'm more than user... I'm more than application More that some pretty interfaces beside monitor It's not easy to be me Wish that I could cry Fall upon my keyboard Find a way to write about program I'll never see It may sound absurd.. but don't be naive Even programers have the right to bleed I may be disturbed.. but won't you concede Even programmers have the right to dream It's not easy to be me Up, up and away…away from PC It’s all right…You can all surf the web tonight I’m not crazy…or anything… I can’t stand Java I’m not that naive Code weren’t meant to write With the bugs between the need I’m only a man in a silly clothing Digging for solution on this no way street Only a man in a funny eye glasses Coding for special client instead of normal, instead of normal... It’s not easy to be me.
บางท่อนร้องไม่ลงล้อก ก็ฝืนๆกันหน่อยน้า
 
  
August 08

ทำไมคนชอบอ่าน BLOG?

      มาถึงวันนี้ คงไม่ค่อยมีคนไม่รู้จักคำว่า blog แล้ว (ก็ที่อ่านอยู่เนี่ย เค้าเรียกว่า blog ครับเพ่)

แต่ถ้าย้อนกลับไปซัก 3-4 ปีที่แล้ว คำนี้ยังสร้างความสับสนอยู่พอสมควร

บล้อคตูทำไม บล้อคก็ดูไม่ได้ดิฯลฯ

หลังจากแอบอ่านบลอกชาวบ้านไปพอสมควร เกิดคำถามขึ้นกับตัวเอง ว่าทำไมถึงชอบอ่านบลอก?

คำตอบตามมาดังนี้

  • เวลาอ่านเรื่องเศร้าของคนอื่น ทำให้รู้สึกว่า เออ... ชีวิตกูนี้ แสนดีหนักหนา
  • เวลาอ่านเรื่องตลก ก็ขำดิ(วะ)
  • เวลาเห็นใครไปเที่ยวไหน ซื้อของใหม่ กินอาหารอร่อย ชีวิตแฮปปี้ อิจฉาเว้ย แสรดด
  • เวลาอ่านสาระ อืม.... ไอ้นี่ขยันเกิ๊น
  • เรื่องทำอาหาร หิวนะเฟ้ย  

สรุปคือ ได้อารมณ์เหมือนมีเพื่อนมาคุยด้วย เพราะบลอกส่วนใหญ่จะเขียนแบบเป็นกันเอง สบายๆ เลยรู้สึกคุ้นเคยกับคนเขียน ทั้งๆที่บางที ไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ (แปลกเนอะ)  ถ้าวันไหนเกิดขยันก็คุยกะมันซะหน่อย(ผ่านcomment) ถ้าขี้เกียจ ก็เงียบๆไว้  ไม่มีใครว่า

 

แล้วคุณล่ะ ทำไมถึงชอบอ่าน blog?

 

July 22

Coco Chanel

 
เธอคือ....เด็กกำพร้าบ้านนอกที่ยากจน
เธอคือ....ผู้ที่ทำให้ผู้หญิงได้ใส่กางเกง
เธอคือ....ผู้เป็นเจ้าของตำนานน้ำหอมอมตะ Chanel No.5
เธอคือ....ผู้ปฏิวัติโลกแห่งแฟชั่นของหญิงสาว
เธอคือ....ราชินีแห่งแฟชั่นในศตวรรษนี้ อย่างแท้จริง
เธอคือ.... โคโค่ ชาแนล
 
 
 
อ่านประวัติ Coco Chanel click และ click
 
June 06

ใครกัด apple แหว่ง?

วันนี้จะพาไปรู้ที่มาของ ชื่อ และ logo ของ apple computer อันโด่งดังกันคับ
 
1.ที่มาของชื่อ
 
จากปากคำของ Steve Wozniak: ผู้ร่วมก่อตั้งและพนักงานหมายเลข 1 ของ APPLE
พวกเขาพูดถึงชื่อ apple ครั้งแรกตอนบ่ายๆ ช่วงต้นๆปี 1976 ทั้งสองขับรถอยู่บน Highway 85 ระหว่าง Palo ALto ไป Los Altos ในคาลิฟอร์เนีย
"ตอนนั้นผมกับสตีฟ(จอปส์)กำลังขับรถอยู่ ช่วงนั้นสตีฟกำลังสนใจเรื่องฟาร์ม*ที่โอเรกอน และวางแผนจะขึ้นไปทำฟาร์มสักพักก่อนจะกลับลงมาทำงานคอมพิวเตอร์ต่อในเบย์แอเรีย
อยู่ดีๆ สตีฟก็พูดขึ้นมาว่า 'ได้ชื่อดีๆอันนึงแล้ว Apple computer' ผมไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าเขาไปเอาชื่อมาจากไหน อาจจะมาจากต้นแอปเปิ้ลที่เขาจะปลูก หรือมีความหมายพิเศษแฝงอยู่
หรือไม่แน่อาจจะเป็นแรงบันดาลใจจาก Apple Record ก็ได้ เพราะเขารักดนตรี (จอปส์ชอบ The Beatles ซึ่งมีตราแผ่นเสียงของวงคือ Apple corps.)
แต่ตอนนั้นผมคิดเลยว่า 'เราต้องมีปัญหาลิขสิทธิชื่อ(กับ The Beatles) แหงๆ**' แต่หลังจากนั้นเราก็ช่วยกันคิดชื่ออื่นๆอีกหลายๆอัน
เป็นพวกชื่อที่ออกแนวอิเลคโทรนิคอย่าง Executek หรือ Matrix Electronics แต่หลังจากพยายามอยู่ประมาณสิบกว่านาที ก็ยังไม่มีชื่อที่ดีกว่าแอปเปิ้ล เราเลยตกลงเอาชื่อนี้"

ส่วนเรื่องแอบเปิ้ลในสวนอีเดนที่มีคนเอาไปพูดๆกัน น่าจะเป็นช่วงยุค '80
ที่มีหนังสือเล่มนึงเขียนเกี่ยวกับแนวคิดที่คอมพิวเตอร์จะเป็นตัวทำลายมนุษย์ชาติครับ
รู้สึกคนเขียนจะเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือวิศกรคอมพิวเตอร์ด้วย
แล้วในหนังสือก็มีการเปรียบเทียบสัญลักษณ์ว่า บริษัทคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่มากๆในสมัยนั้นยังมีสัญลักษณ์เป็นลูก Apple
(สมัยนั้นพูดเรื่องคอมฯก็ต้องอ้าง apple ไว้ก่อน เหมือนกับ Microsoft ในสมัยนี้)
ซึ่งเปรียบเหมือนความเย้ายวน ที่งูใช้มาหลอกให้อดัมกับอีฟกินแล้วทำให้มนุษย์ถูกขับออกจากสวรรค์
เรื่องนี้ถือว่าฮือฮาในสมัยนึงครับ จนมีคนเอามาจำเป็นตำนานความหมายของ Apple ไปเลย
จริงๆแล้วเป็นการตีความของคนภายนอกคนนึงเท่านั้น
 
**แล้วก็มีจิงๆคับ จำกันได้ใช่มั้ยคับ คดี iPod กับ Apple record
 
2. ที่มาของ Logo
 
Original Logo
ในปี 1976 Ron Wayne ซึ่งเป็นวิศวกรที่ทำงานร่วมกับสตีฟ จอปส์ที่อตาริได้เข้ามาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งคนที่ 3 ของ Apple
งานแรกๆของเขางานนึงคือออกแบบ Logo ให้บริษัทนี่เอง
แนวคิดของ Wayne คือลูกแอปเปิ้ลที่ทำให้นิวตั้นค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลกครับ เป็นต้นกำเนิด idea และสมมุติฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ
Logo อันนี้ Wayne ดรออิ้งด้วยปากกาหมึกดำ เป็นรูปเซอร์ไอแซค นิวตันนั่งอยู่ใต้ต้นแอบเปิล (เป็นวิศวกรที่ฝีมือลายเส้นไม่เลวทีเดียว-ผู้แปล)
ตรงกรอบรอบรูปมีโคลงของ William Wordsworth ว่า
"Newton....A mind forever voyaging through strange seas of though....alone" และชื่อ Apple computer อยู่ครับ

โลโกชิ้นแรกใช้งานอยู่ช่วงสั้นๆช่วงแรก แต่สตีฟ จอปส์เห็นว่ามันมีรายละเอียดและเรื่องราวมากเกิน
ไม่เหมาะกับการเป็นโลโก แล้วพอเอามาย่อใช้ก็แทบไม่เห็นอะไรเลย
ในเดือน เมษายน 1977 จอปส์ได้คุยกับ Rob Janov อาร์ตไดเรคเตอร์ของบริษัท Rigis McKena ให้ช่วยออกแบบโลโกใหม่ให้ Apple
จานอฟเริ่มงานจากภาพเงาขาวดำของลูกแอปเปิ้ล แล้วก็ค่อยๆเพิ่มไอเดียเข้าไป
"ผมเอาลูกแอปเปิ้ลมาทำเป็นฟอร์มง่ายๆก่อน แล้วก็เพิ่มรอยกัด-bite -ซึ่งอาจจะหมายถึง Byte ก็ได้ใช่ไหม?
(เขาเล่นคำพ้องเสียง bite เป็น byte) แล้วการใส่รอยกัดไปข้างๆก็ทำให้มันดูเป็นแอปเปิ้ลมากขึ้นแทนที่จะดูคล้ายเป็นเชอรี่หรือมะเขือเทศ"
จานอฟอธิบาย
หลังจากนั้นเขาก็ใส่แถบสีเข้าไปหกสี
แรงบันดาลใจเรื่องแถบสีเอามาจากเครื่อง Apple II ในตอนนั้นที่เป็นเครื่องสำหรับ consumer รุ่นแรกที่แสดงผลเป็นสีได้
ตอนแรกเขาใส่เส้นดำบางๆเข้าไประหว่างแถบด้วยเพื่อแก้ปัญหาเวลาสีเหลื่อมตอนพิมพ์ แต่จอปส์ไม่ชอบก็เลยตัดออกไปเป็นแถบสีเฉยๆ

ช่วงนั้น Michel M. Scott ผู้อำนวยการบริษัทคนแรกเรียก logo อันนี้ว่า
"โลโกที่แพงบ้าเลือดที่สุดที่เคยมีการออกแบบกันมา" แต่ก็ไม่มีรายงานเป็นทางการครับว่าตัวเงินค่าออกแบบจริงๆเป็นเท่าไหร่

logo แอปเปิ้ลสีรุ้งถูกใช้มา 20 ปีเต็มครับ ตั้งแต่ปี 1977-1997
หลังจากนั้น ก็เปลี่ยนอีก 2-3 แบบ จนเป็นที่ใช้ในปัจจุบัน สีดำๆ คับ

ที่มา
http://www.pantip.com/tech/nonpc/topic/NM772797.html
http://www.pantip.com/tech/nonpc/topic/NM773194.html

เพิ่มเติม
http://www.apple-history.com/

May 27

Bluetooth ไม่ใช่ฟันสีฟ้านะจ๊ะ

เคยสงสัยกันบ้างมั้ย คำว่า 'Bluetooth' ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีที่มายังไง?
 
Bluetooth ไม่ได้หมายถึง “ฟันสีฟ้า” หากแต่คือตำนานของกษัตริย์นักรบไว้กิ้งผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนสแกนดิเนเวีย
 
เมื่อพันกว่าปีมาแล้ว ณ ดินแดนที่เป็นประเทศเดนมาร์กในปัจจุบันได้เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักร Jutland ซึ่งปกครองโดยกษัตริย์ Gorm ผู้ชรา ค.ศ.908 องค์มเหสีแห่งกษัตริย์ Gorm ได้ให้กำเนิดโอรส นามว่า Herald ผู้ซึ่งได้ถูกเลี้ยงดูและเติบโตมาในวิถีของลูกผู้ชายชาวไวกิ้งที่มีชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์และการรบโดยเฉพาะการรบทางเรือ ที่โลกรู้จักกันดีในนามของ “เรือไวกิ้ง” ที่มีหัวเป็นรูปมังกรเพื่อสร้างความน่าเกรงขาม  นักรบไวกิ้ง (Warrior Vikings) มักใช้ดาบหรือขวานเป็นอาวุธในมือเข้าประจัญกับข้าศึกส่วนมืออีกข้างถือโล่เป็นเกราะกำบังกาย การรบที่ดุเดือดและห้าวหาญทำให้ชาวไวกิ้งได้รับฉายาว่า “คนเถื่อน” พวกเขามีพระเจ้าของพวกเขาเอง จึงไม่ลังเลที่จะทำลายโบสถ์และวัดของชาวคริสต์ที่เป็นศัตรู ทำให้ถูกมองว่าเป็นพวกปีศาจ และนี่เองจึงเป็นที่มาของจินตนาการ ที่เมื่อใดที่นึกถึงชาวไวกิ้ง ต้องมีภาพของคนเพื่อนสวมหมวกเหล็กที่มีเขา (ของปีศาจ) ติดอยู่เสมอ  Harald นั้นได้เรียนศิลปะการใช้ดาบและการยิงธนูจนเชี่ยวชาญ เมื่อเติบใหญ่จึงกลายเป็นนักรบผู้สามารถ และได้ครองบัลลังก์ต่อจากบิดา ในยุคของเขานั้น อาณาจักรแถบสแกนดิเนเวีย ทั้งเดนมาร์กและนอร์เวย์ได้ถูกรวมเข้าเป็นปึกแผ่นด้วยความสามารถในด้านการรบและการเมืองการปกครองของ Herald  และเพื่อปกป้องอาณาจักรของพระองค์และเหตุผลทางยุทธศาสตร์ กษัตริย์ Harald ได้ย้ายเมืองหลวงจาก Jutland มาอยู่ที่ Roskilideใกล้กับกรุงโคเปนเฮเกนในปัจจุบัน และได้สร้างป้อมปรามการ กำแพงเมือง และสะพานตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ และยังเป็นผู้รับเอาศาสนาคริสต์เข้าสู่ดินแดนสแกนดิเนเวียเป็นครั้งแรกอีกด้วย ความรุ่งเรืองของอาณาจักรทำให้เขาได้รับฉายาว่า Herald Blatand หรือ Harald Bluetooth ในภาษาอังกฤษ Bluetooth คำ ๆ นี้มาจากคำว่า Blatand ในภาษาเดนส์ แปลว่า บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ผู้มีผิวสีเข้ม The Great Man Who is Dark-skinned  ไม่เพียงแต่กลายเป็นตำนานของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวเดนมาร์ก หากชื่อนี้ยังได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิจัยกลุ่มหนึ่ง นำมาใช้เป็นชื่อของเทคโนโลยีไร้สายชนิดใหม่ในนามบลูธูท (Bluetooth) ซึ่งมุ่งหมายที่จะรวบรวมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่าง ๆ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือให้เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน
 
วาระสุดท้ายของกษัตริย์ Herald Bluetooth จบลงด้วยความตายอันแสนเศร้าจากลูกธนูในการรบครั้งสุดท้ายกับกลุ่มกบฏที่นำโดยลูกชายและคนสนิทของตัวเอง เนื่องจากทางเข้ารีตเป็นคริสเตียน ร่างไร้ลมหายใจของพระองค์จึงไม่ถูกเผาไปกับเรือเช่นประเพณีของชาวไวกิ้งแต่กลับถูกฝังไว้ที่โบสถ์ในเมือง Roskilde ซึ่งเป็นอนุสรณ์ถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ตราบจนปัจจุบัน
 
บลอกวันนี้ ตัดเรื่อง technical ออกเกือบทั้งหมด อ่านเรื่องเต็มๆได้ที่.......
เอ่อ โทดคับ ทำ link หาย -__-'
อ่านแค่นี้แหละเนอะ อย่าไปรู้ไรเยอะนักเล้ย
 
There are no photo albums.