Sakan's profileSakan's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 16 Programmerบังเอิญเปิดไปเจอเมล์เก่า ตอนนั้นเพลง superman ของ five for fighting กะลังดัง (ราวๆปี2003) programmer บางท่อนร้องไม่ลงล้อก ก็ฝืนๆกันหน่อยน้า
August 08 ทำไมคนชอบอ่าน BLOG?มาถึงวันนี้ คงไม่ค่อยมีคนไม่รู้จักคำว่า blog แล้ว (ก็ที่อ่านอยู่เนี่ย เค้าเรียกว่า blog ครับเพ่) แต่ถ้าย้อนกลับไปซัก 3-4 ปีที่แล้ว คำนี้ยังสร้างความสับสนอยู่พอสมควร “บล้อคตูทำไม” “บล้อคก็ดูไม่ได้ดิ” ฯลฯ หลังจากแอบอ่านบลอกชาวบ้านไปพอสมควร เกิดคำถามขึ้นกับตัวเอง ว่าทำไมถึงชอบอ่านบลอก? คำตอบตามมาดังนี้
สรุปคือ ได้อารมณ์เหมือนมีเพื่อนมาคุยด้วย เพราะบลอกส่วนใหญ่จะเขียนแบบเป็นกันเอง สบายๆ เลยรู้สึกคุ้นเคยกับคนเขียน ทั้งๆที่บางที ไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ (แปลกเนอะ) ถ้าวันไหนเกิดขยันก็คุยกะมันซะหน่อย(ผ่านcomment) ถ้าขี้เกียจ ก็เงียบๆไว้ ไม่มีใครว่า
แล้วคุณล่ะ ทำไมถึงชอบอ่าน blog?
July 22 Coco ChanelJune 06 ใครกัด apple แหว่ง?วันนี้จะพาไปรู้ที่มาของ ชื่อ และ logo ของ apple computer อันโด่งดังกันคับ
1.ที่มาของชื่อ
จากปากคำของ Steve Wozniak: ผู้ร่วมก่อตั้งและพนักงานหมายเลข 1 ของ APPLE
พวกเขาพูดถึงชื่อ apple ครั้งแรกตอนบ่ายๆ ช่วงต้นๆปี 1976 ทั้งสองขับรถอยู่บน Highway 85 ระหว่าง Palo ALto ไป Los Altos ในคาลิฟอร์เนีย "ตอนนั้นผมกับสตีฟ(จอปส์)กำลังขับรถอยู่ ช่วงนั้นสตีฟกำลังสนใจเรื่องฟาร์ม*ที่โอเรกอน และวางแผนจะขึ้นไปทำฟาร์มสักพักก่อนจะกลับลงมาทำงานคอมพิวเตอร์ต่อในเบย์แอเรีย อยู่ดีๆ สตีฟก็พูดขึ้นมาว่า 'ได้ชื่อดีๆอันนึงแล้ว Apple computer' ผมไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าเขาไปเอาชื่อมาจากไหน อาจจะมาจากต้นแอปเปิ้ลที่เขาจะปลูก หรือมีความหมายพิเศษแฝงอยู่ หรือไม่แน่อาจจะเป็นแรงบันดาลใจจาก Apple Record ก็ได้ เพราะเขารักดนตรี (จอปส์ชอบ The Beatles ซึ่งมีตราแผ่นเสียงของวงคือ Apple corps.) แต่ตอนนั้นผมคิดเลยว่า 'เราต้องมีปัญหาลิขสิทธิชื่อ(กับ The Beatles) แหงๆ**' แต่หลังจากนั้นเราก็ช่วยกันคิดชื่ออื่นๆอีกหลายๆอัน เป็นพวกชื่อที่ออกแนวอิเลคโทรนิคอย่าง Executek หรือ Matrix Electronics แต่หลังจากพยายามอยู่ประมาณสิบกว่านาที ก็ยังไม่มีชื่อที่ดีกว่าแอปเปิ้ล เราเลยตกลงเอาชื่อนี้" ส่วนเรื่องแอบเปิ้ลในสวนอีเดนที่มีคนเอาไปพูดๆกัน น่าจะเป็นช่วงยุค '80 ที่มีหนังสือเล่มนึงเขียนเกี่ยวกับแนวคิดที่คอมพิวเตอร์จะเป็นตัวทำลายมนุษย์ชาติครับ รู้สึกคนเขียนจะเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือวิศกรคอมพิวเตอร์ด้วย แล้วในหนังสือก็มีการเปรียบเทียบสัญลักษณ์ว่า บริษัทคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่มากๆในสมัยนั้นยังมีสัญลักษณ์เป็นลูก Apple (สมัยนั้นพูดเรื่องคอมฯก็ต้องอ้าง apple ไว้ก่อน เหมือนกับ Microsoft ในสมัยนี้) ซึ่งเปรียบเหมือนความเย้ายวน ที่งูใช้มาหลอกให้อดัมกับอีฟกินแล้วทำให้มนุษย์ถูกขับออกจากสวรรค์ เรื่องนี้ถือว่าฮือฮาในสมัยนึงครับ จนมีคนเอามาจำเป็นตำนานความหมายของ Apple ไปเลย จริงๆแล้วเป็นการตีความของคนภายนอกคนนึงเท่านั้น **แล้วก็มีจิงๆคับ จำกันได้ใช่มั้ยคับ คดี iPod กับ Apple record
2. ที่มาของ Logo
Original Logo
ในปี 1976 Ron Wayne ซึ่งเป็นวิศวกรที่ทำงานร่วมกับสตีฟ จอปส์ที่อตาริได้เข้ามาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งคนที่ 3 ของ Apple งานแรกๆของเขางานนึงคือออกแบบ Logo ให้บริษัทนี่เอง แนวคิดของ Wayne คือลูกแอปเปิ้ลที่ทำให้นิวตั้นค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลกครับ เป็นต้นกำเนิด idea และสมมุติฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ Logo อันนี้ Wayne ดรออิ้งด้วยปากกาหมึกดำ เป็นรูปเซอร์ไอแซค นิวตันนั่งอยู่ใต้ต้นแอบเปิล (เป็นวิศวกรที่ฝีมือลายเส้นไม่เลวทีเดียว-ผู้แปล) ตรงกรอบรอบรูปมีโคลงของ William Wordsworth ว่า "Newton....A mind forever voyaging through strange seas of though....alone" และชื่อ Apple computer อยู่ครับ
โลโกชิ้นแรกใช้งานอยู่ช่วงสั้นๆช่วงแรก แต่สตีฟ จอปส์เห็นว่ามันมีรายละเอียดและเรื่องราวมากเกิน
logo แอปเปิ้ลสีรุ้งถูกใช้มา 20 ปีเต็มครับ ตั้งแต่ปี 1977-1997 ที่มา เพิ่มเติม May 27 Bluetooth ไม่ใช่ฟันสีฟ้านะจ๊ะเคยสงสัยกันบ้างมั้ย คำว่า 'Bluetooth' ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีที่มายังไง?
Bluetooth ไม่ได้หมายถึง “ฟันสีฟ้า” หากแต่คือตำนานของกษัตริย์นักรบไว้กิ้งผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนสแกนดิเนเวีย
เมื่อพันกว่าปีมาแล้ว ณ ดินแดนที่เป็นประเทศเดนมาร์กในปัจจุบันได้เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักร Jutland ซึ่งปกครองโดยกษัตริย์ Gorm ผู้ชรา ค.ศ.908 องค์มเหสีแห่งกษัตริย์ Gorm ได้ให้กำเนิดโอรส นามว่า Herald ผู้ซึ่งได้ถูกเลี้ยงดูและเติบโตมาในวิถีของลูกผู้ชายชาวไวกิ้งที่มีชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์และการรบโดยเฉพาะการรบทางเรือ ที่โลกรู้จักกันดีในนามของ “เรือไวกิ้ง” ที่มีหัวเป็นรูปมังกรเพื่อสร้างความน่าเกรงขาม นักรบไวกิ้ง (Warrior Vikings) มักใช้ดาบหรือขวานเป็นอาวุธในมือเข้าประจัญกับข้าศึกส่วนมืออีกข้างถือโล่เป็นเกราะกำบังกาย การรบที่ดุเดือดและห้าวหาญทำให้ชาวไวกิ้งได้รับฉายาว่า “คนเถื่อน” พวกเขามีพระเจ้าของพวกเขาเอง จึงไม่ลังเลที่จะทำลายโบสถ์และวัดของชาวคริสต์ที่เป็นศัตรู ทำให้ถูกมองว่าเป็นพวกปีศาจ และนี่เองจึงเป็นที่มาของจินตนาการ ที่เมื่อใดที่นึกถึงชาวไวกิ้ง ต้องมีภาพของคนเพื่อนสวมหมวกเหล็กที่มีเขา (ของปีศาจ) ติดอยู่เสมอ Harald นั้นได้เรียนศิลปะการใช้ดาบและการยิงธนูจนเชี่ยวชาญ เมื่อเติบใหญ่จึงกลายเป็นนักรบผู้สามารถ และได้ครองบัลลังก์ต่อจากบิดา ในยุคของเขานั้น อาณาจักรแถบสแกนดิเนเวีย ทั้งเดนมาร์กและนอร์เวย์ได้ถูกรวมเข้าเป็นปึกแผ่นด้วยความสามารถในด้านการรบและการเมืองการปกครองของ Herald และเพื่อปกป้องอาณาจักรของพระองค์และเหตุผลทางยุทธศาสตร์ กษัตริย์ Harald ได้ย้ายเมืองหลวงจาก Jutland มาอยู่ที่ Roskilideใกล้กับกรุงโคเปนเฮเกนในปัจจุบัน และได้สร้างป้อมปรามการ กำแพงเมือง และสะพานตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ และยังเป็นผู้รับเอาศาสนาคริสต์เข้าสู่ดินแดนสแกนดิเนเวียเป็นครั้งแรกอีกด้วย ความรุ่งเรืองของอาณาจักรทำให้เขาได้รับฉายาว่า Herald Blatand หรือ Harald Bluetooth ในภาษาอังกฤษ Bluetooth คำ ๆ นี้มาจากคำว่า Blatand ในภาษาเดนส์ แปลว่า บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ผู้มีผิวสีเข้ม The Great Man Who is Dark-skinned ไม่เพียงแต่กลายเป็นตำนานของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวเดนมาร์ก หากชื่อนี้ยังได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิจัยกลุ่มหนึ่ง นำมาใช้เป็นชื่อของเทคโนโลยีไร้สายชนิดใหม่ในนามบลูธูท (Bluetooth) ซึ่งมุ่งหมายที่จะรวบรวมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่าง ๆ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือให้เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน
วาระสุดท้ายของกษัตริย์ Herald Bluetooth จบลงด้วยความตายอันแสนเศร้าจากลูกธนูในการรบครั้งสุดท้ายกับกลุ่มกบฏที่นำโดยลูกชายและคนสนิทของตัวเอง เนื่องจากทางเข้ารีตเป็นคริสเตียน ร่างไร้ลมหายใจของพระองค์จึงไม่ถูกเผาไปกับเรือเช่นประเพณีของชาวไวกิ้งแต่กลับถูกฝังไว้ที่โบสถ์ในเมือง Roskilde ซึ่งเป็นอนุสรณ์ถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ตราบจนปัจจุบัน
บลอกวันนี้ ตัดเรื่อง technical ออกเกือบทั้งหมด อ่านเรื่องเต็มๆได้ที่.......
เอ่อ โทดคับ ทำ link หาย -__-'
อ่านแค่นี้แหละเนอะ อย่าไปรู้ไรเยอะนักเล้ย May 22 ทำไมต้องอัดถั่วดำ??วันก่อนคุยเล่นกันที่ออฟฟิช มีหลายคนสงสัยว่า คำว่า อัดถั่วดำ นั้น มาจากไหนกัน ผมจึงได้ไปค้นคว้า มาบอกกัน
สาระดีๆแบบนี้ ไม่ควรพลาดครับ
ที่มาของคำว่า "ถั่วดำ" และ "ตุ๋ย"
คำนี้ ฮิตติดตลาดมา ๖๐ กว่าปีแล้ว ต้นเรื่องมาจาก ชายผู้มีชื่อเล่นว่า "นายถั่วดำ" ทำวิตถารกับเด็ก ๆ ดังที่ปรากฏข่าวใน หนังสือพิมพ์ ศรีกรุง ฉบับประจำวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๘ มีรายละเอียดว่า
เมื่อวันที่ ๑๘ เดือนนี้ เวลา ๑๘ น ร.ต.ท. แสวง ทีปนาวิณ สารวัตร สถานีตำรวจป้อมปราบ ได้จับตัว นายการุณ ผาสุข หรือ นายถั่วดำ ตำบลตรอกถั่วงอก อำเภอป้อมปราบ มาไต่สวนยัง สถานีป้อมปราบ .......เหตุที่นายการุณ หรือถั่วดำ ถูกจับนั้น ความเดิมมีว่า ร.ต.ท. แสวง เห็นห้องแถวเช่า ซึ่งนายถั่วดำ เช่าอยู่ มีเด็กชายตั้งแต่ ๑๐ ถึง ๑๖ ปี อยู่ในห้องมากมาย จึงสงสัยว่า เด็กชายเหล่านั้น จะเป็นเด็กที่ ประพฤติในทางทุจริต ร.ต.ท.แสวง ได้ออกสืบสวนอยู่ ๒-๓ วัน จึงทราบว่า นายถั่วดำ เป็นคนไม่มีภรรยา และเป็นผู้ชักชวนเด็ก ๆ ผู้ชาย ไปดูภาพยนตร์บ้าง ซื้อของเล่นบ้าง ให้ขนมรับประทานบ้าง แล้วก็พากันมาที่ บ้านพัก ของนายถั่วดำ ก็กระทำการ สำเร็จความใคร่ แก่เด็กชาย ที่พามาเสียก่อน และต่อจากนั้นแล้ว ก็จะจัดเด็กเหล่านั้น รับสำเร็จความใคร่ กับแขกบ้าง เจ้าสัว และจีนบ้าบ๋าบ้าง พวกที่มา ต้องเสียเงินเป็นรางวัล ให้แก่นายถั่วดำ เยี่ยงหญิงโสเภณี .......จากนั้นคำว่า "ถั่วดำ" ก็กลายมาเป็น ศัพท์เฉพาะ ที่รู้ทั่วกันว่า หมายถึง การเสพสม ทางทวารหนัก เมื่อต้นปี ๒๕๔๑ ก็มีข่าว ข้าราชการ ชื่อเล่นว่า "ตุ๋ย" ทำมิดีมิร้าย กับเด็กชาย หนังสือพิมพ์ก็ใช้คำ "ตุ๋ย" พาดหัวข่าว แทนความหมายดังว่า อยู่พักหนึ่ง คำนี้ จะได้รับความนิยมสู้ "ถั่วดำ" ได้หรือไม่ เราคงต้อง ติดตามกันต่อไป ทีนี้ก็คงหายสงสัยกันแล้วใช่มั้ย อิอิ March 22 เพลียใจได้จาก fwd mail พอดีช่วงนี้กำลัง เพลียใจ เลยเอามาแปะเผื่อคนอื่นๆที่กำลัง เพลียใจ เหมือนกัน
March 14 อิฐ 2 ก้อนได้ forward mail จากคุณหนู (ชื่อหนูน่ะ ไม่ใช่คุณหนูที่ไหน)
แล้วรู้สึกโดน เลยเอามาแปะไว้ให้ดูกัน January 26 ล้างแค้นคืน 7 เท่า!!ใจเย็นครับ ไม่ได้แค้นใครขนาดนั้น แต่ล้างแค้นคืน7เท่า เป็นชื่อวงร้อคจากฝั่งเมกา แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Avenged Sevenfold มีชื่อเล่นว่า A7X
ได้รับการแนะนำจาก pana เมื่อนานมาแล้ว แต่วันนี้ต่อมร้อคเกิดทำงานมากผิดปกติ เลยเปิดฟังซะหลายรอบ
ใครชอบเพลงร้อคหนักๆ ก็ลองฟังกันดู
Unholy Confessions
"I'll try!" she said as he walked away. "Try not to lose you." Two vibrant hearts could change. Nothing tears the being more than deception, unmasked fear. "I'll be here waiting" tested and secure. Nothing hurts my world, just affects the ones around me. When sin's deep in my blood, you'll be the one to fall. "I wish I could be the one, the one who won't care at all. But being the one on the stand, I know the way to go, no one's guiding me. When time soaked with blood turns its back, I know it's hard to fall. Confided in me was your heart. I know it's hurting you, but it's killing me." Nothing will last in this life our time is spent constructing, now you're perfecting a world... meant to sin. Constrict your hands around me, squeeze till I cannot breathe, this air tastes dead inside me, contribute to our plague. Break all your promises, tear down this steadfast wall, restraints are useless here, tasting salvation's near. AH!! Nothing hurts my world, just affects the ones around me When sin's deep in my blood, you'll be the one to fall. "I wish I could be the one, the one who won't care at all But being the one on the stand, I know the way to go, no one's guiding me. When time soaked with blood turns its back, I know it's hard to fall. Confided in me was your heart. I know it's hurting you, but it's killing me." AH!! Bat Country He who makes a beast out of himself, gets rid of the pain of being a man... Caught here in a fiery blaze, I won't lose my will to stay. I tried to drive all through the night, the heat stroke ridden weather, the barren empty sights. No oasis here to see, the sand is singing deathless words to me. Chorus Can't you help me as I'm startin' to burn (all alone). Too many doses and I'm starting to get an attraction. My confidence is leaving me on my own (all alone). No one can save me and you know I don't want the attention. As I adjust to my new sights the rarely tired lights will take me to new heights. My hand is on the trigger I'm ready to ignite. Tomorrow might not make it but everything's all right. Mental fiction follow me; show me what it's like to be set free. Chorus Can't you help me as I'm startin' to burn (all alone). Too many doses and I'm starting to get an attraction. My confidence is leaving me on my own (all alone). No one can save me and you know I don´t want the attention. So sorry you're not here I've been sane too long my vision's so unclear. Now take a trip with me but don't be surprised when things aren't what they seem. Caught here in a fiery blaze, won't lose my will to stay. These eyes won't see the same, after I Flip today. (guitar solo) Sometimes I don't know why we'd rather live than die, we look up towards the sky for answers to our lives. We may get some solutions but most just pass us by, don't want your absolution cause I can't make it right. I'll make a beast out of myself, gets rid of all the pain of being a man. Chorus Can't you help me as I'm startin' to burn (all alone). Too many doses and I'm starting to get an attraction. My confidence is leaving me on my own (all alone). No one can save me and you know I don't want the attention. So sorry you're not here I've been sane too long my vision's so unclear. Now take a trip with me but don't be surprised when things aren't what they seem. I've known it from the start all these good ideas will tear your brain apart. Scared but you can follow me I'm too weird to live but much too rare to die. January 16 เหยื่อ Blog tagBlog tag คือการเขียนเรื่องราวของตัวเอง 5 อย่าง และหาอีก 5 คนมาเป็นเหยื่อ
ผมโดนน้องสุดที่รัก(dear) tagมา ก็เลยจัดไป ตามนี้ 1. ดวง
ผมเป็นคนไม่เชื่อเรื่องดวงชนิดหัวชนฝา เพราะว่า มันไม่มีเหตุผลอย่างสิ้นเชิง ทฤษฎีหลักในดวงก็คือ ใช้วันเวลาเกิดมาทำนายอนาคต ถ้าแบบนั้น คนเกิด วันเดียวกัน เวลาเดียวกัน ก็มีชีวิตเหมือนกันเลยสิ? คนเกิดวันเดียวกับบิลเกตส์ อดมื้อกินมื้อก็มีเยอะแยะ ผมมีเพื่อนเกิดวันเดียวกัน ปีเดียวกัน อยู่สองคน เรื่องราวต่างๆในชีวิตของเราสามคน ก็ไม่เห็นจะเหมือนกัน ถ้าทำนายดวงตามราศี ก็แปลว่า ชะตาชีวิตคน 6000ล้านคน มีแค่ 12แบบ? ถ้าทายตามวันเกิดยิ่งแย่ เหลือแค่ 7แบบ แล้วไอ้คำทำนาย มันก็มักจะกว้างซะจน ยังไงก็ต้องตรงซักนิดนั่นแหละ เช่น "ปีนี้จะได้เงินเป็นกอบเป็นกำจากกิจการสื่อสาร คมนาคม ขนส่ง สื่อทางการเงิน ทรัพย์สินทางปัญญา การสอน การเขียน การบรรยายทางวิชาการ นักโฆษณา ประชาสัมพันธ์และการตลาด โดยใช้สื่อมวลชน เป็นสื่อการเข้าถึงอย่างสำคัญทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ คลื่นสัญญาณและเทคโนโลยีก้าวหน้าอื่นๆ "
กวาดอาชีพไปครึ่งนึงแล้ว แสรดดด หลายคนบอกอ่านเล่นๆ ขำๆ แต่ผมไม่ขำ ถ้าอยากขำ ผมจะไปหาเรื่องตลกอ่าน ไม่ใช่เรื่องดวง 2. ถ้าโลกนี้ ทำอาชีพอะไรก็ได้เงินเดือนเท่ากันหมด จะทำอะไร?
คำถามนี้มีนัยยะแฝงก็คือ ถ้าไม่คำนึงถึงเรื่องเงิน คุณจะทำอะไร หรืออะไรเป็นสิ่งที่คุณรักที่จะทำนั่นเอง คำตอบของผมสมัยเรียนก็คือ ผมอยากเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่อยู่ตามบ้านนอก เพราะผมชอบอิเลคทรอนิกส์เป็นชีวิตจิตใจ เพราะตอนนั้น ก็ไม่รู้ว่า คนที่มีความรู้อิเลคทรอนิกส์ มันทำมาหากินอะไรได้บ้าง นอกจากช่าง คำตอบของผมตอนนี้ คืออยากเป็นนักประดิษฐ์แบบโทมัส เอดิสัน 3. ผมไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
โลกเราสมัยนี้ มันซับซ้อนเกินกว่าที่จะมองปร๊าดเดียว แล้วรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ริสแบนด์ เสื้อเหลือง ไม่ได้แปลว่า คนใส่ รักในหลวง (ไม่ได้ว่า คนที่ใส่แล้วรักในหลวงจิงๆนะ) ใส่เสื้อยืด ขาสั้น ลากแตะ ไม่ได้แปลว่าจนกว่าคนใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม ใช้มือถือแพง ก็ไม่รู้ว่าผ่อนหมดยัง ใส่สูท ผูกไทค์ ไม่ได้แปลว่าไม่ได้เป็นโจร ให้เงินเรา ไม่ได้แปลว่าเค้าใจดี และอีกมากมายสารพัด ผมว่า คนเราสมัยนี้ ชอบสร้างภาพพจน์ ทำให้ตัวเองดูดีไว้ก่อน หารู้ไม่ว่าบางคนข้างในกลวงโบ๋ ก็ไม่รู้จะทำกันไปเพื่ออะไรเหมือนกัน 4. ผมเชื่อว่า ความขี้เกียจเป็นบาป คำสอนของหลายๆศาสนาบอกว่า ความขี้เกียจเป็นบาป แต่ผมไม่ได้ศึกษาต่อว่าเพราะอะไร ผมเลยเอามาคิดเองว่า การที่เราจะมีชีวิตอยู่ได้ เราต้องเบียดเบียนชีวิตผู้อื่น ต้องบริโภคทรัพยากรของโลกที่มีจำกัด กว่าจะโตมาถึงตอนนี้ เรากินหมูไปไม่รู้กี่เล้า ไก่ไม่รู้กี่ตัว ไข่อีกนับไม่ถ้วน ปลา กุ้ง หอย อีกเป็นพันตัว ผักไม่รู้กี่ไร่ เราดื่มน้ำหลายพันลิตร ข้าวหลายร้อยกิโล ใช้น้ำมันหลายพันลิตร สร้างขยะให้โลกหลายตัน ถ้าหากเราไม่ทำอะไรให้กับโลกหรือสังคมบ้าง ถือว่าเราเอาเปรียบสิ่งมีชีวิตอื่นบนโลกนี้ เพราะพวกเขาเหล่านั้น อุตส่าห์(หรือโดนบังคับ)สละชีวิตเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่ต่อ ปล.ผมเองก็ได้แต่คิด แต่ทำไม่ค่อยจะได้เหมือนกัน 5. ผมเป็นคนประหยัดทรัพยากร ข้อนี้ อยากจะเชิญชวนทุกคน มาร่วมกันทำด้วยนะ
มีอยู่ช่วงนึง รัฐออกมารณรงค์ช่วยกันประหยัดพลังงานเพราะน้ำมันแพง ซึ่งผมดูแล้ว เกิดคำถามในใจว่า แล้วถ้าน้ำมันถูกมึงจะไม่ประหยัดรึไง? การประหยัด ไม่จำเป็นต้องมีน้อยแล้วจึงประหยัด ผมเห็นคนรวยๆหลายคน ใช้เงินเหมือนคนไม่มีตัง เค้าใช้เท่าที่เค้าจำเป็นต้องใช้ (ตอนหลังผมมาคิดได้ต่อว่า คงเป็นเหตุผลให้เค้ารวย) ที่ผมมีความคิดแบบนี้ เพราะตอนเด็กๆผมเคยดูรายการเพื่อสิ่งแวดล้อมมาก ผมเห็นขยะกองเท่าภูเขา เห็นรูรั่วของโอโซน เห็นบางประเทศที่ขาดอาหาร ขาดน้ำ ฯลฯ แล้วเกิดวิตกจริตว่า โตขึ้น เราต้องไม่มีน้ำใช้ ไม่มีข้าวกินแน่เลย แต่ตอนหลังผมได้รู้ว่า มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยในช่วงอายุเรา คงไม่เจอภาวะขาดแคลนขนาดนั้น แต่ยังไง การฟุ่มเฟือย ก็ไม่เป็นเจษฎาภรณ์(ผลดี) การประหยัดทรัพยากร เป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม หรือไม่ได้คิด หรือคิดว่า มีใช้เหลือเฟือเลยไม่เห็นค่าของมัน หลังจากอ่าน blog อันนี้แล้ว ผมอยากให้ทุกคนช่วยกัน -ลดการใช้ถุงพลาสติก เช่นเวลาซื้อของชิ้นเดียว บอกพนักงานว่า ไม่ต้องใส่ถุงพลาสติก -อย่าเปิดน้ำทิ้งเวลาแปรงฟัน -เวลาเดินไปไหนแล้วเห็นก๊อกน้ำเปิดทิ้งอยู่ ช่วยเค้าปิดได้ ตำรวจไม่จับ
-ใช้ยาสีฟันให้หมดหลอด (เคยอ่านมั้ย ในหลวงใช้แปรงรีดยาสีฟันจนเกลี้ยงหลอด) -อย่าขับรถเร็วเกินไป (90กม/ชั่วโมงประหยัดน้ำมันที่สุด) -ตั้งเวลาปิดแอร์ก่อนตื่นซัก 1-2 ชั่วโมง (ไม่ร้อนหรอก ไม่เชื่อลอง) -กินข้าวไม่ให้เหลือ (สั่งแต่พอดี อย่าตะกละ) -ปิดไฟถ้าไม่ใช้ -ใช้กระดาษให้คุ้มค่า (ผมมักจะนำใบเสร็จหรือด้านหลังใบปลิว มาทำเป็นกระดาษโน้ต และใช้กระดาษสองหน้าเสมอ) -อื่นๆอีกมากมาย ช่วยกันคิด -ชวนเพื่อนๆอีก 69 คนมาช่วยกันร่วมประหยัด ถ้าใครชวนไม่ครบจะมีอันเป็นไป (ล้อเล่น) จริงอยู่ว่าการทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ มันไม่ได้ช่วยคุณประหยัดเงินซักเท่าไร แต่มันก็ช่วยประหยัดทรัพยากรของโลก ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ใช้ต่อไปได้นานๆ และมันก็ไม่ได้ยาก หรือลำบากอะไรเลย พอทำบ่อยๆ มันก็จะชินไปเอง
---จบ---
August 01 Daily Corruption เชื่อว่าเราทุกคน ต่างชิงชังนักการเมืองคอรัปชั่น โกงกินบ้านเมือง ด้วยเหตุที่ว่า พวกเขาเอาเปรียบประชาชนคนอื่นๆ ที่นำเงินที่ควรจะเป็นของส่วนรวม ไปเข้ากระเป๋าตัวเอง
เชื่ออีกเหมือนกันว่า ไม่มีใคร ชิงชังตัวเอง แม้ว่าตัวเรา จะทำผิดมหันต์เพียงใด ตัวเรา สามารถให้อภัยตัวเราได้เสมอ จนบางครั้ง การให้อภัยตัวเองก็เป็นไปแบบอัตโนมัติ จนทำให้เราไม่ทันรู้สึกตัวเลยว่า เราทำอะไรผิดลงไป ในขณะที่เราเฝ้าจับผิด พฤติกรรมนักการเมืองหรือคนอื่นๆ เราเคยจับผิดตัวเองกันบ้างหรือไม่? แน่ใจหรือเปล่า ว่าทุกวันนี้ เราไม่ได้คอรัปชั่นองค์กรของเราอยู่? คุณเคยใช้ทรัพสินของบริษัท หรือหน่วยงาน ในเรื่องส่วนตัวหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็น ปริ๊น เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน ใช้โทรศัพท์ออฟฟิชคุยเรื่องส่วนตัว หรือกระทั่งใช้เวลางาน ทำเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่งาน สมมุตว่า วันนึง ผมปริ๊นดวงมาอ่าน 10 หน้า คิดต้นทุนค่าปริ๊นแผ่นละ 50 สตางค์ เป็นเงิน 5 บาท โทรศัพท์หาเพื่อน 5 นาที เป็นเงิน 15 บาท แอบนอน ครึ่งชั่วโมง สมมุตว่าค่าแรงผม ชม.ละ 60บาท เป็นเงิน 30 บาท วันนี้ ผมทำให้บริษัทสูญเสียไป 50 บาท ถ้าสมมุติ บ.ผม มีรายได้ปีละ 50 ล้านบาท เท่ากับผมทำให้บริษัทเสียหายไป 50/50ล้าน x 100 = 0.00001% ดูเหมือนน้อย แต่ถ้าผมเป็นนักการเมือง ของประเทศที่เก็บภาษีได้ปีละ 1ล้าน ล้านบาท ผมโกงมา 0.00001 % จะเป็นเงินถึง 1 ล้านบาท นี่แค่วันเดียว ถ้าผมทำสัปดาห์ละ 1 วัน ปีนึง ก็เป็น 52 ล้านบาท... ในความเป็นจริง คงไม่มีใครว่ากล่าวหรือตักเตือนคุณ ถือว่า โตๆกันแล้ว น่าจะคิดกันได้ (แต่ก็มีหลายคนคิดไม่ได้) แต่ถ้าผมเป็นเจ้าของบริษัท ผมก็คงไม่สนใจ ถ้าหากคุณ สามารถทำหน้าที่ของคุณได้ดี และทำประโยชน์ให้กับองค์กร ได้มากกว่าที่คุณตักตวงประโยชน์จากองค์กร June 08 คน-comp การที่คนเราเกิดมา ก็เหมือนการประกอบคอมพ์ขึ้นมาซักเครื่อง การที่คอมแต่ละเครื่องถูกประกอบขึ้น นั้นมีวัตถุประสงค์ต่างกัน จึงทำให้คอมแต่ละเครื่องนั้น แตกต่างกัน บางคนก็เกิดมา CPUแรง (สมองไว) บางคน Ramเยอะ (ความจำดี) บางคนทำงานเก่ง บางคนขยัน บางคนอดทน บางคนแข็งแรง บางคนเปราะบาง บางคนเกียจคร้าน บางคนรูปลักษณ์สวยงาม บางคนเห่ย อย่างไรก็ตาม ไม่มีคอมพ์ตัวไหนบอกเรามาก่อน ว่ามันอยากเกิดมาสเปคอะไร
Celeronอาจจะอยากเก่งเหมือน Pentium4 ในขณะที่Pentium4อยากทำงานสบายๆอย่าง Celeron แต่ทุกเครื่อง ก็ทำงานได้ แม้จะทำได้ไม่เหมือนกัน แต่คอมพ์ทุกเครื่องก็มีหน้าที่ของมัน บางคนเป็น server บางคนเป็น workstation บางคนเป็น Notebook บางคนเป็น Mac บางคนเป็น Windows บางคนเป็น Linux ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าหากเราจะเห็นคอมพ์ ที่เสปคต่ำกว่าหรือถูกกว่า แต่ทำงานได้ดีกว่าบางเครื่องที่เสปคสูงกว่าหรือแพงกว่า อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่นการดูแลอย่างสม่ำเสมอ การปรับแต่งซอฟแวร์ ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ การป้องกันไวรัส การใช้งานอย่างถูกวิธี คอมพ์บางคนก็ได้ทำงานยาวนาน บางคนก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ บางคนอาจได้ทำงานจนหมดอายุการใช้งาน บางคนก็ถูกทิ้งขว้าง ก่อนเวลาอันควร บางคนก็ถูกโยกย้าย ปรับเปลี่ยนไปทำงานอื่น โดยที่ต้องปล่อยให้คอมพ์รุ่นหลัง ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า แรงกว่า ใหม่และสดกว่า มาทำหน้าที่แทน โดยที่คอมพ์รุ่นหลังเรา ก็ต้องเตรียมตัว ถูกคอมพ์รุ่นหลังไปอีก มาทดแทน เป็นวัฏจักรแบบนี้ มาเนิ่นนาน [กฏของมัวร์กล่าวไว้ว่า ทุกๆ18เดือน ชิปคอมพิวเตอร์จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นสองเท่า แต่ถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีกฏใด ที่บอกว่า ทุกๆ18เดือนสมองของคนจะมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม 2เท่า] การตั้งคำถามเพื่อเรียกร้องหาความยุติธรรม อย่าง "ทำไมคนเราเกิดมาไม่เท่ากัน?" ก็คงไม่ต่างอะไรกับคำถามที่ว่า "ทำไมคอมพ์แต่ละเครื่อง เสปคไม่เหมือนกัน" ..... |
|
|